โรคไข้หวัดหมู H1N1
posted on 09 Aug 2009 15:39 by masaaeไข้หวัดหมู หรือ ไข้หวัดใหญ่ชนิดเอ สายพันธุ์ H1N1 เอชวันเอ็นวัน นับ เป็นเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ที่ไม่เคยพบมาก่อน ผลการวิเคราะห์ทางพันธุกรรมชี้ว่า เชื้อหวัดใหญ่ชนิดนี้เป็นส่วนผสมของไวรัสจากหมู มนุษย์ และสัตว์ปีก ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในวัย 25-45 นับเป็นสัญญาณที่น่าวิตกว่าอาจเป็นโรคระบาด
เมื่อวันที่ 25 เม.ย. สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น เอพี และบีบีซี ต่างรายงานว่า ขณะนี้เกิดโรคไข้หวัดใหญ่หมู หรือไข้หวัดหมู (Swine Flu) สายพันธุ์ใหม่ระบาดหนักในกรุงเม็กซิโก ซิตี เมืองหลวงของประเทศเม็กซิโก ในทวีปอเมริกากลาง ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 68 ราย และติดเชื้อล้มป่วยกว่า 1,000 ราย อีกทั้งเชื้อไข้หวัดหมูเริ่มระบาดลามเข้าไปในบางพื้นที่ของประ เทศสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะ 2 รัฐทางตอนใต้ ทั้งเท็กซัสและแคลิฟอร์เนีย ด้านนายโฮเซ่ แองเจล คอร์โดวา รัฐมนตรีสาธารณสุขเม็กซิโก กล่าวว่า ผู้เสียชีวิตและติดเชื้อส่วนใหญ่อาศัยอยู่รอบๆ และภายในกรุงเม็กซิโก ซิตี โดยผลการชันสูตรศพผู้เสียชีวิต 20 รายในเบื้องต้น ยืนยันว่าติดเชื้อไข้หวัดหมูสายพันธุ์ใหม่ ส่วนศพอื่นๆ อยู่ระหว่างการพิสูจน์ต่อไป ล่าสุดการให้ยาต้านไวรัสแก่ผู้ป่วยพบว่าได้ผลดี และแจกจ่ายยาหลายล้านชุดไปตามโรงพยาบาลทั่วประเทศ รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า ยาต้านไวรัสบางชนิดใช้รักษาเชื้อไข้หวัดหมูสายพันธุ์ใหม่นี้ไม่ได้ ขณะเดียวกัน คณะเจ้าหน้าที่ระดับสูงขององค์การอนามัยโลก เรียกประชุมฉุกเฉินที่สำนักงานใหญ่กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อกำหนดแผนรับมือในกรณีที่โรคไข้หวัดหมูอาจระบาดไปยังภูมิภาคอื่น เพราะเชื่อว่าเชื้อนี้สามารถระบาดจากคนสู่คน แต่องค์การอนามัยโลกย้ำว่าไม่อยากให้ประชากรโลกตื่นตระหนกเกินกว่าเหตุ อีกทั้งยังไม่มีความจำเป็นต้องออกประกาศเตือนภัยโรคระบาดในเม็กซิโก ขณะที่ ดร.ริชาร์ด เบสเซอร์ รักษาการผอ.ศูนย์ควบคุมโรค สหรัฐ กล่าวว่า ในสหรัฐพบผู้ป่วยติดเชื้อไข้หวัดหมู 8 ราย ในกลุ่มนี้ 6 รายอยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย 2 รายอยู่ในรัฐเท็กซัส ทุกคนอาการดีขึ้นตามลำดับ ผลการตรวจวิเคราะห์เชื้อไข้หวัดหมู พบว่า 7 ใน 14 ตัวอย่างเป็นเชื้อไข้หวัดหมูสายพันธุ์ใหม่เหมือนที่กำลังระบาดในเม็กซิโก ซิตี อย่างไรก็ตาม ยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่า เชื้อจะระบาดลามไปทั่วโลกหรือไม่ แต่นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกต่างจับตาดูพัฒนาการของโรคนี้อย่างใกล้ชิด ด้าน ดร.แนนซี่ ค็อกซ์ หัวหน้าฝ่ายวิจัยไข้หวัดใหญ่ ศูนย์ควบคุมโรค สหรัฐ แถลงว่า ไวรัส ไข้หวัดหมูสายพันธุ์ใหม่มีลักษณะพันธุกรรม หรือยีน แตกต่างจากไวรัสไข้หวัดหมูในอดีต เพราะมีองค์ประกอบของเชื้อไข้หวัดใหญ่ 3 สายพันธุ์รวมอยู่ด้วยกัน ประกอบด้วย 1.เชื้อไข้หวัดนกที่พบในทวีปอเมริกาเหนือ 2.เชื้อไข้หวัดใหญ่ในมนุษย์ และ 3.เชื้อไข้หวัดหมูที่พบบ่อยในทวีปยุโรปและเอเชีย ผู้ติดเชื้อจะมีอาการคล้ายกับผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ เช่น ไข้ขึ้นสูง ติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ คลื่นไส้อาเจียน ท้องร่วง และปวดศีรษะรุนแรง ดร.แนนซี่กล่าวต่อว่า สันนิษฐานเบื้องต้นว่า เชื้อไข้หวัดหมูพันธุ์ใหม่เกิดขึ้นจากกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม หรือ "Antigenetic Shift" ซึ่งเชื้อไวรัสไข้หวัดนก ไข้หวัดหมู และไข้หวัดใหญ่ อาจเข้าไปอยู่ในตัวหมูที่เป็นพาหะนำโรค ต่อมาเซลล์ในตัวหมูถูกไวรัสตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไปโจมตี ทำให้หน่วยพันธุกรรมไวรัสดังกล่าวผสมปนเปกันระหว่างการแบ่งตัว กลายเป็นเชื้อพันธุ์ใหม่ขึ้นมา ตามปกติเชื้อไข้หวัดหมูจะติดคนที่สัมผัสหมูโดยตรงเท่านั้น เช่น ผู้ที่ทำงานในโรงฆ่าหมู แต่เชื่อว่าอาจแพร่จากคนสู่คนผ่านการไอ การจาม หรือรับเชื้อจากวัสดุที่มีเชื้อโรคเกาะอยู่บนพื้นผิว แต่การบริโภคผลิตภัณฑ์จากหมูไม่มีอันตรายแต่อย่างใด น.พ.คำนวณ อึ้งชูศักดิ์ ผอ.สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณ สุข กล่าวถึงการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดหมูในเม็กซิโกว่า มอบ หมายให้เจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ กรมควบคุมโรค ติดตามและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดแล้ว โดยในเวลาประมาณเที่ยงคืนของวันที่ 25 เม.ย. จะประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่องค์การอนามัยโลก เพื่อติดตามว่าจะประกาศแจ้งเตือนความรุนแรงของโรคนี้อย่างไรบ้าง รวมทั้งจะต้องแจ้งเตือนผู้ที่จะเดินทางไปยังประเทศที่มีการแพร่ระบาดอยู่ หรือไม่ เท่าที่รับทราบข้อมูลในเบื้องต้นพบว่า ขณะนี้แพร่ระบาดอยู่เพียงในเม็กซิโกและสหรัฐอเมริกา ในรัฐแคลิฟอร์เนีย และเท็กซัส น.พ.คำนวณกล่าวต่อว่า ผู้ที่เป็นโรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์หมู จะมีอาการเหมือนไข้หวัดใหญ่ธรรมดา แต่จะแสดงอาการรุนแรง และรวดเร็วกว่าไข้หวัดใหญ่ธรรมดา โรค ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์หมู แม้จะมีเชื้อตั้งต้นมาจากหมู แต่ระยะแพร่ระบาดติดต่อจากคนสู่คน แตกต่างจากไข้หวัดนก ซึ่งติดต่อจากสัตว์ปีกสู่คนได้ จากข้อมูลเบื้องต้นพบว่า ผู้ได้รับเชื้อไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์หมู มีอัตราเสียชีวิตร้อยละ 5-7 ถือว่าสูงกว่าผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ธรรมดา แต่ยังน้อยกว่าอัตราของผู้เสียชีวิตของผู้ป่วยโรคไข้หวัดนก ที่ผู้รับเชื้อจะมีอัตราการเสียชีวิตถึงร้อยละ 60 ผอ.สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กล่าวอีกว่า ขอย้ำว่าโรคนี้แม้เป็นสายพันธุ์หมู แต่ไม่เกี่ยวกับหมู ดังนั้นไม่อยากให้คนไทยแตกตื่น และกลัวการสัมผัส หรือรับประทานหมู เพราะเมื่อได้ยินว่าเป็นไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์หมู อาจทำให้กลัว ไม่กล้ากิน และไม่กล้าสัมผัสหมู การแพร่เชื้อ มีการแพร่ติดต่อเช่นเดียวกับโรคไข้หวัดใหญ่ในคน 1.แพร่ไปยังผู้อื่นโดยการไอ หรือจามรดกัน (เชื้อจะอยู่ในเสมหะ น้ำมูก น้ำลาย ) 2. ติดจากมือและสิ่งของที่มีเชื้อปนเปื้อนอยู่ และเชื้อจะเข้าสู่ร่างกายทางจมูกและตา หากนำมือที่มีเชื้อไปสัมผัส อาการ โรคไข้หวัดหมู -มีไข้สูง -หายใจไม่สะดวก -ปวดศีรษะ ปวดตา -ปวดเมื่อยตามร่างกายรุนแรง -อาการป่วยจะพัฒนารวดเร็วและจะมีอาการหายใจลำบากอย่างรุนแรงภายใน 5 วัน สำหรับคำแนะนำในการป้องกันเบื้องต้น เหมือนการป้องกันไข้หวัดธรรมดา คือ 1.เมื่อเป็นหวัดเวลาจามจะต้องใช้ผ้าเช็ดหน้าปิด เพื่อป้องกันการติดต่อ 2.หมั่นล้างมือ 3.หากมีอาการรุนแรง ไข้ไม่ลดภายใน 2 วัน ควรรีบพบแพทย์ทันที โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางกลับจากประเทศที่มีการแพร่ระบาด และที่ผ่านมาประเทศไทยยังไม่เคยมีรายงานการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์หมู
โหระพาโหระพา
เป็นผักที่มีกลิ่นแรงบางคนบอกว่าหอม บางคนว่าฉุน แต่ไม่ว่าจะหอมหรือฉุน
โหระพาก็เป็นส่วนประกอบในเมนูอาหารไทยมานานนม
รวมทั้งมีสรรพคุณทางยามากกว่าที่เราเคยรู้จักเยอะเลย
ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจถ้าโหระพาจะเป็นผักชูรส
และอยู่ในอาหารอย่างแกงเผ็ด แกงเขียวหวาน เป็นต้น
สารอาหารโหระพาที่ใครบางคนว่าฉุน
ที่จริงแล้วเป็นผักที่มีสารอาหารด้วยนะ ได้แก่ วิตามินเอ วิตามินบี 1
วิตามินบี 2 วิตามินซี แคลเซียม ฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก คาร์โบไฮเดรต โปรตีน
และไขมัน
สรรพคุณทางยาคุณสมบัติทางยาของโหระพาท่ฃี่สุดยอดมากๆ
ก็คือ ช่วยย่อยอาหารแก้การจุกเสียด แน่นท้อง
เพราะสามารถช่วยขับลมในลำไส้ได้ แต่สำหรับคนที่เกลียดโหระพาเข้าไส้
คุณอาจจะแอบปลื้มที่ได้รู้ว่าผักสวนครัวอย่างโหระพาไม่ได้มีดีแค่ใบ
แต่เมล็ดยังสามารถนำมาแช่น้ำให้พองรับประทานเป็นยาแก้บิดได้ด้วย
ทราบหรือไม่โหระพารักษาโรคเข่าเสื่อมได้
ตำราแพทย์ระบุว่าให้นำต้น ใบและรากโหระพามาตำพอละเอียด ใ ดีกรีเล็กน้อย
คนให้เข้ากันแล้วนำไปตั้งไปแค่พอร้อน ทิ้งไว้ให้อุ่น
จากนั้ก็นำไปพอกเข่าประมาณ 10-15 นาที ทำวันละ 1-2 ครั้ง
แล้วอาการจะค่อยทุเลาลง
โบราณว่าโหระพาเป็นยาบำรุงทางเพศด้วยนะ
ขิงขิง
เป็นเครื่องเคียงอย่างหนึ่งในเมนูอาหารไทย แต่หลายคนส่ายหน้าเวลาเห็นขิง
ส่วนหนึ่งก็เพราะกลิ่นแรงเหลือกำลัง
ดังนั้นจึงเลี่ยงด้วยการเขี่ยขิงทิ้งไว้ข้างๆ จาน
แต่ต่อไปนี้ถ้าอยากได้ประโยชน์มากมายจากอาหารการกิน ลองชิมขิงดูสักครั้ง
สารอาหาร
ขิงประกอบไปด้วยสารอาหารสำคัญคือ โปรตีน คาร์ดบไฮเดรต ไขมัน แคลเซียม วิตามินเอ
สรรพคุณทางยาประโยชน์อย่างหนึ่งที่เราจะได้จากการใช้เหง้า
ขิงแก่ทุบหรือบดเป็นผง แล้วชงน้ำดื่มก็คือ แก้อาหารคลื่นไส้อาเจียน
แก้จุกเสียด และแน่นเฟ้อ
นอกจากนี้ขิงยังมีประโยชน์ทุกส่วน ตั้งแต่
ราก ช่วยให้เจริญอาหาร แก้ลม แก้เสมหะ และแก้บิด
ต้น ช่วยขับให้ผายลม แก้จุกเสียด แก้ท้องร่วง
ผล แก้คอแห้ง เจ็บคอ แก้ตาฟาง เป็นยาอายุวัฒนะ
ใบ แก้ฟกช้ำ แก้นิ่ว แก้ปัสสาวะขัด แก้โรคตา ฆ่าพยาธิ ดอก ช่วยย่อยอาหาร
แก้ปัสสาวะขัด แก้โรคประสาทที่ทำให้ใจขุ่นมั่ว
ทราบหรือไม่ขิงแก้ผมร่วง ตำราระบุว่า ให้ใช้เหง้าขิงสดมาผิงไฟพออุ่น
จากนั้นให้ตำแล้วนำมาพอกบริเวณที่มีผมร่วง ทำแบบนี้ประมาณ 3 วัน วันละ 2
ครั้ง ถ้ายังไม่ได้ผลให้ทำต่อไป
ขิงกำจัดกลิ่นกาย
ถ้ารักษากลิ่นเหงื่อใต้วงแขนมาหลากหลายวิธีแล้วแต่ยังช่วยไม่ได้
ลองใช้เหง้าขิงแก่ โดยทุบแล้วคั้นเอาแต่น้ำมาทาใต้วงแขนทุกวัน
จะช่วยกำจัดกลิ่นกายได้ชะงัด
ขิงแก้ปากเหม็น โดยให้คั้นน้ำขิงผสมน้ำอุ่น เติมเกลือเล็กน้ แล้วกลั้วปาก
ฆ่าเชื่อโรค
ข่าถ้า
หยิบขึ้นมาเคี้ยวกันสดๆ ก็คงจะไม่ปลื้มนัก
ข่าเลยกลายเป็นส่วนหนึ่งในเครื่องเทศที่ใช้ปรุงอาหารเพื่อดับกลิ่นคาวจาก
เนื้อสัตว์
นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราจึงเอร็ดอร่อยกับเมนูโปรดอย่างต้มข่าไก่กันนัก
แต่หน่อข่าอ่อนสามารถเป็นเครื่องเคียงแสนอร่อยในเมนูน้ำพริกแบบไทยๆ
ได้ด้วยนะ
สารอาหาร
สารอาหารที่จะได้จากข่าคือ คาร์โบไฮเดรต ฟอสฟอรัส แคลเซียม สฃวิตามินซี
สรรพคุณทางยา
ประโยชน์จากคุณสมบัติทางยาของข่า
ให้ใช้เหง้าสดดำดให้ละเอียดผสมกับน้ำปูนใส แล้วรับประทานครั้งละครึ่งแก้ว
จะช่วยขับลมแก้มฃท้องอืด ท้องเฟ้อท้องเดิน
และบรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียนได้ ทราบหรือไม่ว่าประโยชน์อื่นๆ
ที่ได้จากข่านอกเหนือจากการรับประทานอาหาร ได้แก่ ใช้รักษาโรคผิวหนัง กลาก
เกลื้อนและแก้ลมพิษ
โดยใช้เหง้าสดตำให้ละเอียดผสมกับเหล้าขาวทาบริเวณที่เป็นจนกว่าจะดีขึ้น
ใช้ข่าไล่แมลงได้ด้วย โดยนำเหง้ามาทุบหรือตำให้ละเอียด
เพื่อให้น้ำมันหอมระเหยออกมา แมลงก็จะไม่กล้ามาแหยมอีกแล้ว